เขตอ่าวไทยตอนกลาง

เหตุการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีพื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง ถึงแม้จะพบไม่บ่อยครั้ง และความหนาแน่นของเซลล์แพลงก์ตอนพืชไม่สูงเท่าพื้นที่อ่าวไทยตอนบน แต่ก็พบได้เกือบทุกปี โดยทุกครั้งที่พบเหตุการณ์เป็นการออกสำรวจภาคสนามของเจ้าหน้าที่ และการสอบถามชุมชนระหว่างการปฏิบัติงาน ในปี พ.ศ.2550 ไม่พบการเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี ส่วนระหว่างปี พ.ศ.2551-2554 พบทั้งสิ้นจำนวน 9 ครั้ง โดยช่วงเวลาที่เกิดปรากฏการณ์อยู่ในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างปลายเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม และเกือบทุกครั้งมีสาเหตุจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลท ชนิด Noctiluca scintillans

ปี พ.ศ.2551 พบ 2 ครั้ง ระหว่าง 31 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ ที่หาดวนกร ทับสะแก คลองวาฬ และอ่าวประจวบ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ Noctiluca scintillans มีความหนาแน่นระหว่าง 1,000-12,600 เซลล์ต่อลิตร โดยที่คลองวาฬมีความหนาแน่นมากที่สุด จากการสำรวจและสอบถามชาวประมง ทราบว่าบริเวณทะเลด้านนอกเกิดน้ำทะเลเปลี่ยนสีก่อนหน้านี้ 3-5 วัน ไม่พบสัตว์น้ำตาย และไม่มีผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเพราะช่วงเวลาดังกล่าวทะเลมีคลื่นลมแรง โอกาสเกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีในบริเวณกว้างเกิดขึ้นได้ยาก

ปี พ.ศ.2552 พบ 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคม ครั้งแรกบริเวณอ่าวประจวบ เกิดจาก Noctiluca scintillans ความหนาแน่น 1,700 เซลล์ต่อลิตร ครั้งที่ 2 บริเวณอ่าวทุ่งคา-สวี พบ Noctiluca scintillans ความหนาแน่น 3,400-4,500 เซลล์ต่อลิตร

ปี พ.ศ.2553 พบ 2 ครั้ง ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ครั้งแรกที่บริเวณอ่าวบางเปิด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบน้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีเขียว จากชายฝั่งจนถึงระยะห่างฝั่งไปประมาณ 500 เมตร และมีความยาวตลอดทั้วทั้งอ่าวบางเปิด และจากการสอบถามชาวประมง พบว่าได้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี มาแล้ว 2-3 วัน พบว่า เกิดจากการสะพรั่ง Noctiluca scintillans ความหนาแน่น 5,000-8,000 เซลล์ต่อลิตร ครั้งที่ 2 บริเวณอ่าว อรุโณทัย จังหวัดชุมพร พบน้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีเขียว จากชายฝั่งจนถึงระยะห่างฝั่งไปประมาณ 500 เมตร และ มีความยาวตลอดทั่วทั้งอ่าวอรุโณทัย และจากการสอบถามชาวประมง พบว่าได้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี มาแล้ว 5 วัน และยังพบว่าปลากะพงที่เลี้ยงในกระชังตาย พบการสะพรั่งของ Noctiluca scintillans ความหนาแน่น 13,000-55,000 เซลล์ต่อลิตร

ปี พ.ศ.2554 พบ 3 ครั้ง เดือนกุมภาพันธ์ 1 ครั้ง และ มีนาคม 2 ครั้ง วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 พบ ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี บริเวณหน้าศูนย์วิจัยฯ (อ่าวพนังตัก) อ่าวทุ่งคา-สวี หาดทรายรีชุมพร และหาดทุ่ง-วัวแล่น ลักษณะสีน้ำทะเลเป็นริ้วสีเขียวเข้ม และเป็นแผ่นลอยกระจายอยู่ ห่างฝั่งประมาณ 100 เมตร ความกว้างประมาณ 100 เมตร ทอดยาวขนานชายฝั่ง และบริเวณชายฝั่งอำเภอละแม จังหวัดชุมพร ลักษณะสีน้ำทะเลเป็นริ้วสีเขียวอมเหลือง ห่างฝั่งประมาณ 500 เมตร ทอดยาวขนานชายฝั่ง ทำการเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืช เพื่อนำมาวิเคราะห์เพื่อหาชนิดและปริมาณแพลงก์ตอนพืชที่เป็นสาเหตุของปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี พบ Noctiluca scintilans 700-41,500 เซลล์ต่อลิตร ส่วนที่ชายฝั่งละแมชนิดที่สะพรั่ง คือ ไดโนแฟลกเจลเลท ชนิด Ceratium furca ความหนาแน่น 21,000 เซลล์ต่อลิตร

เดือนมีนาคมพบปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี 2 ครั้ง บริเวณอ่าวทุ่งคา-สวี ลักษณะสีน้ำทะเลเป็นริ้วสีเขียวเข้มเป็นสายยาว และเป็นแผ่นลอยกระจายอยู่พบ Noctiluca scintilans ความหนาแน่น 500-7,000 เซลล์ต่อลิตร