เขตอ่าวไทยฝั่งตะวันออก

พื้นที่ชายฝั่งของอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด สำรวจพบปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี และการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชในปี พ.ศ.2551-2553 (ปี พ.ศ.2550 และ 2554 ไม่มีรายงานเหตุการณ์) สรุปได้ดังนี้

ปี พ.ศ.2551 พบเพียง 1 ครั้ง ในเดือนพฤษภาคม โดยพบปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีบริเวณชายฝั่งหน้าหาดแหลมแม่พิมพ์ อ่าวไข่ และปากแม่น้ำประแส จังหวัดระยอง พบการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชชนิดเด่น คือ Oscillatoria sp. ความหนาแน่นของแพลงก์ตอนพิชชนิดดังกล่าวบริเวณหาดแหลมแม่พิมพ์ อ่าว-ไข่ และปากแม่น้ำประแส มีค่าเท่ากับ 5.5-100 ล้านเซลล์ต่อลิตร ผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำพบสารฟอสเฟตมีค่าสูงเกิน มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลบริเวณหาดแหลมแม่พิมพ์และอ่าวไข่ และสารแอมโมเนียมีค่าสูงเกินมาตรฐานฯ บริเวณอ่าวไข่

ปี พ.ศ.2552 พบในช่วงกลางถึงปลายฤดูฝน มีรายงานจำนวน 5 ครั้ง โดย 4 ครั้ง (30 มิถุนายน-2 กรกฎาคม) เกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชสกุล Oscillatoria sp. พื้นที่ที่พบ ได้แก่ ชายฝั่งปากแม่น้ำประแส จังหวัดระยอง ปากแม่นาเวฬุ เกาะรัง เกาะช้าง แหลมศอก จังหวัดตราด และอีก 1 ครั้งพบในเดือนตุลาคมเป็นการสะพรั่งของไดอะตอมสกุล Chaetoceros sp. บริเวณชายหาดแหลมแท่น ชายหาดบางแสน และ ชายหาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี สารอาหารประเภทแอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรท และซิลิเกต มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล (ประเภทที่ 4 : เพื่อการนันทนาการ) แต่ฟอสเฟตมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานฯ หลายเท่าทุกสถานีสำรวจ สำหรับค่าความสกปรกในรูปบีโอดี แม้ว่าไม่มีค่ากำหนดไว้ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดินซึ่งกำหนดไว้ไม่ให้เกิน 1.5 มิลลิกรัมต่อ ลิตร (ประเภทที่ 2: เพื่อการอุปโภคบริโภคโดยต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคตามปกติและผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำทั่วไปก่อนการอนุรักษ์สัตว์น้ำ การประมง การว่ายน้ำและกีฬาทางน้ำ) พบว่ามีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานฯ ทั้ง 3 บริเวณ

ในเดือนตุลาคมพบเหตุปลาตายบริเวณชายหาด 2 บริเวณพร้อมกับการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืช คือ บริเวณแรกจากตัวเมืองชลบุรีไปจนถึงอ่างศิลา พบปรากฏการณ์นํ้าเปลี่ยนสีที่เกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดอะตอมในสกุล Cylindrotheca sp. ส่วนอีกบริเวณ คือ บริเวณหาดวอนนภา หาดบาง-แสนและ หาดแหลมแท่น พบปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีที่เกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดอะตอมในสกุล Chaetoceros sp.

ปี พ.ศ. 2553 พบเหตุ 3 ครั้งระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน โดยทุกครั้งมีสาเหตุจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชสีเขียวแกมน้ำเงินสกุล Oscillatoria sp. ครั้งแรกบริเวณปากแม่น้ำประแส จังหวัดระยอง ถึงปากแม่น้ำพังราด จังหวัดจันทบุรี ครั้งที่ 2 บริเวณชายหาดแหลมเจริญถึงชายหาดสุชาดา จังหวัดระยอง ครั้งที่ 3 บริเวณชายหาดแม่รำพึง ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

ความสัมพันธ์ระหว่างความหนาแน่นของแพลงก์ตอนพืชที่เป็นสาเหตุของปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีกับปัจจัยสิ่งแวดล้อม และสารอาหารในน้ำในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์และในสภาวะปกติ พบว่าฟอสเฟตและสารอินทรีย์ที่ละลายน้ำเป็นปัจจัยสำคัญร่วมกับความเค็มที่เหมาะสม โดยแหล่งของฟอสเฟตและสารอินทรีย์ที่ละลายน้ำมาจากกิจกรรมต่างๆ บริเวณปากแม่น้ำบางปะกงและสถานีใกล้เคียงที่อยู่กัดลงมา รวมทั้งฟอสเฟตบางส่วนอาจมาจากกระบวนการธรรมชาติจากการปลดปล่อยของฟอสฟอรัสในดินตะกอนที่อยู่ในรูปของสารประกอบของเหล็กและอลูมินัม (Fe, Al bound P) ซึ่งพบมากในบริเวณปากแม่น้ำบางปะกงอีกด้วย จากการศึกษาการใช้อาหารของแพลงก์ตอนพืช ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และซิลิกอน กับ Skeletonema costatum พบว่ามีการใช้ฟอสฟอรัสมากที่สุดถึง ร้อยละ 80 ขึ้นไป รองลงมา คือ ซิลิกอน และไนโตรเจนตามลำดับ แสดงว่าฟอสฟอรัสเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ ถึงแม้เป็นแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดอะตอมก็ตาม