คุณภาพน้ำทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก

ดำเนินการในบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลและปากแม่น้ำ ปีละ 2 ครั้ง ในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝน ในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2550-2554 พบว่า คุณภาพน้ำบริเวณปากแม่น้ำส่วนใหญ่มีค่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงดี โดยมีค่าค่อนข้างคงที่ แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงที่มีน้ำหลากลงมามากในช่วงฤดูฝนและน้ำทิ้งจากชุมชน ทำให้เป็นบริเวณที่เสี่ยงต่อผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดปัญหาคุณภาพน้ำ ได้แก่ แม่น้ำระยอง ที่มักพบปริมาณออกซิเจนละลายน้ำที่ต่ำกว่ามาตรฐานฯ และมีค่าบีโอดี แอมโมเนีย ฟอสเฟต ไนเตรท และบริมาณแบคทีเรียกลุ่มโคลิ-ฟอร์มสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานฯ แม่น้ำจันทบุรียังคงมีปริมาณออกซิเจนละลายน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานฯ แม่น้ำแขมหนูและพังราด มีปริมาณบีโอดี ฟอสเฟต ไนเตรท และปริมาณแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานฯ แม่น้ำตราดและเวฬุ มีค่าบีโอดี แอมโมเนีย ไนเตรท และปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรีย มีค่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานฯ เช่นกัน

ในขณะที่พื้นที่ชายฝั่งทะเล พบมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงดีมากเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังพบว่าบางบริเวณนั้นมีค่าที่ค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับบริเวณอื่นๆ ได้แก่ ปริมาณไนเตรทบริเวณช่องเกาะช้าง และฟอสเฟตบริเวณเกาะรัง มีค่าค่อนข้างสูงในช่วงฤดูแล้ง ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำบริเวณเกาะช้าง บ้านไม้รูดใกล้เกาะรัง มีค่าต่ำกว่ามาตรฐานฯ โดยภาพรวมแล้วพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออกมีแนวโน้มคุณภาพน้ำชายฝั่งทะเลอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้นจากในอดีตที่ผ่านมา โดยพิจารณาจากดัชนีคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งที่พบจำนวนสถานีที่ติดตามตรวจสอบมีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น

แต่ถึงอย่างไรก็ตามยังพบค่าคุณภาพน้ำทะเลบางตัวแปรที่สูงในบางพื้นที่ จึงควรเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปากแม่น้ำต่างๆ อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นแหล่งรวบรวมมลพิษต่างๆ จากแผ่นดินจำนวนมาก จึงมักเกิดปัญหาด้านคุณภาพน้ำขึ้นบ่อยครั้ง รวมทั้งแหล่งอุตสาหกรรมและท่องเที่ยว

การติดตามและตรวจสอบคุณภาพน้ำบริเวณชายฝั่งทะเลบริเวณหมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด (ซ้าย) บริเวณใกล้แหล่งอุตสาหกรรมและท่าเทียบเรือน้ำลึก แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี (ขวา)

 

การติดตามและตรวจสอบคุณภาพน้ำ บริเวณปากแม่น้ำระยอง จังหวัดระยอง (ซ้าย) บริเวณด้านในแม่น้ำประแส จังหวัดระยอง (ขวา)