หน้าหลัก

เปลี่ยนขนาดตัวอักษร

เข้าใช้งานระบบ



การกัดเซาะและการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง

 




การกัดเซาะจากคลื่นลม PDF Print E-mail
Written by KM-IT   
Wednesday, 28 April 2010 13:06

การกัดเซาะจากคลื่นลม สามารถทำให้ชายฝั่งทะเลเปลี่ยนแปลงเกิดเป็นภูมิประเทศลักษณะต่าง ๆ (erosional landforms) ดังนี้

       1.  หน้าผาชันริมทะเล (Sea Cliff) พบในบริเวณที่ชายฝั่งมีภูเขาหรือเทือกเขาอยู่ติดกับทะเล หรือชายฝั่ง โดยมีการวางตัวของชั้นหินในแนวเอียงเทหรือแนวตั้งฉากกับทะเล คลื่นจะกัดเซาะชายฝั่งทำให้เกิดภูมิประเทศเหมือนหน้าผาริมทะเลขึ้น สามารถพบได้บริเวณฝั่งทะเลยุบตัว สำหรับประเทศไทยจะอยู่บริเวณชายฝั่งด้านทะเลอันดามัน
       2.  เว้าทะเล (Sea Notch) เกิดจากการกัดเซาะของคลื่นและการกัดกร่อนละลายของหินบริเวณฐานของหน้าผาชันที่ติดกับทะเลหรือชายฝั่ง จะเห็นเป็นรอยเว้าในแนวระดับซึ่งจะขนานไปกับระดับน้ำทะเลในช่วงเวลาและยุคต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่จะใช้ในการวิเคราะห์ระดับน้ำทะเลในอดีตเทียบกับระดับน้ำทะเลในปัจจุบันได้
       3.  โพรงหินชายฝั่ง (Grotto) หรือ ถ้ำทะเล (Sea Cave) จะเป็นถ้ำที่พบตามบริเวณชายฝั่งทะเล หรือชายฝั่งของเกาะต่างๆ โดยการเกิดถ้ำชนิดนี้จะเกี่ยวข้องกับการกัดเซาะของคลื่นที่หน้าผาชายฝั่งเป็นเวลานานติดต่อกัน จนทำเกิดเป็นช่องหรือโพรงเข้าไป ในช่วงแรกอาจเป็นโพรงขนาดเล็ก (grotto) แต่เมื่อได้รับอิทธิพลจากน้ำฝนและน้ำใต้ดินมาช่วยก็กลายเป็นโพรงขนาดใหญ่ หรือเป็นถ้ำ (cave) ที่เราพบในปัจจุบัน
       4.  ถ้ำลอด (Sea Arch) เป็นลักษณะทางธรณีสัณฐานที่มีความสำคัญมากเนื่องจากมีความสวยงาม จึงเป็นที่นิยมของคนในการเข้าไปท่องเที่ยวเนื่องจากมีลักษณะพิเศษคือจะเห็นเป็นโพรงหรือถ้ำที่เปิดทะลุออกสู่ทะเลทั้งสองด้าน โดยถ้ำลอดที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย คือ ถ้ำลอดที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา และเขาช่องกระจก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
       5.  สะพานหินธรรมชาติ (Natural Bridge) เกิดจากการกระทำของคลื่นและลมที่กัดเซาะแนวหินบริเวณที่ยืนเข้าไปในทะเล โดยในระยะแรกจะเกิดโพรงหินชายฝั่งขึ้นแต่เนื่องจากการกัดเซาะเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองด้าน จนในที่สุดโพรงก็ทะลุถึงกัน ซึ่งหินส่วนที่เหลืออยู่เหนือโพรงที่สามรถวางตัวอยู่ได้โดยไม่ถล่มลงมาจะทำให้มีลักษณะคล้ายสะพานเกิดขึ้น ลักษณะสะพานหินที่สามารถพบได้ในประเทศไทยจะตั้งอยู่ที่เกาะไข่ ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล
      6.  เกาะหินโด่ง (Stack) หมายถึง หินหรือโขดหินแนวตั้งที่แยกโดดออกมาห่างจากแผ่นดินหรือเกาะที่อยู่ใกล้เคียง จะเกิดได้จากการที่หน้าผาหินยื่นเกินออกไปในทะเล คลื่นและลมกัดเซาะบริเวณส่วนเชื่อมต่อซึ่งไม่แข็งแรงเป็นเวลานาน จนในที่สุดส่วนที่เชื่อมต่อเกิดการพังทลายจมลงไปในน้ำ เหลือเพียงโขดหินที่ตั้งโดดเด่นแยกออกมาต่างหาก โดยในอดีตส่วนที่เคยเชื่อมต่อนั้นอาจเป็นแนวหิน สะพานหินธรรมชาติ หรือถ้ำลอดขนาดใหญ่ก็ได้ แต่เพราะน้ำหนักของหินส่วนบนที่เชื่อมต่ออยู่มีมากเกินกว่าจะสามารถคงอยู่ได้จึงเกิดความไม่สมดุล ในตอนท้ายจึงเกิดการหักพังหรือยุบถล่มลงจมอยู่ใต้น้ำ เราจะพบลักษณะเกาะหินโด่งในประเทศไทยได้ที่ เขาตะปูในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา

Last Updated on Wednesday, 28 April 2010 13:12
 
การกัดเซาะชายฝั่ง PDF Print E-mail
Written by KM-IT   
Wednesday, 14 October 2009 11:11
การกัดเซาะชายฝั่ง
Attachments:
Download this file (KM141052_6.jpg)การกัดเซาะชายฝั่ง[การกัดเซาะชายฝั่ง]400 Kb10/14/2009 11:12
Last Updated on Saturday, 27 March 2010 14:50
 
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับระดับน้ำทะเล PDF Print E-mail
Written by KM-IT   
Wednesday, 14 October 2009 11:08
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับระดับน้ำทะเล
Attachments:
Download this file (KM141052_4.jpg)การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับระดับน้ำทะเล[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับระดับน้ำทะเล]444 Kb10/14/2009 11:09
Last Updated on Saturday, 27 March 2010 14:51
 
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทะเล PDF Print E-mail
Written by KM-IT   
Tuesday, 15 September 2009 11:30

1. มหาสมุทรปกคลุมพื้นที่ถึง 70 % ของผิวโลก
2. มากกว่า 90 % ของสิ่งมีชีวิตบนโลก (เทียบด้วยมวลชีวภาพ) อยู่ในทะเล
3. 80 % ของมลภาวะทางทะเลมาจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนผืนดิน
4. 40 % ของประชากรโลก อาศัยอยู่ในระยะ 60 กิโลเมตร จากฝั่งทะเล
5. 3/4 ของเมืองใหญ่ๆ ในโลก อยู่ติดทะเล
6. ภายใน พ.ศ. 2553 80 % ของประชากรโลกจะอาศัยอยู่ในระยะ 100 กิโลเมตร จากชายฝั่งทะเล
7. การตายและโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากน้ำทะเลเป็นพิษ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 12.8 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และเป็นโรคตับอักเสบที่เกิดจากอาหารทะเลปนเปื้อนสารพิษปีละ 7.2 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
8. ของเสียที่เป็นพลาสติกได้คร่าชีวิตนกทะเลกว่า 1 ล้านตัว สัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 1 แสนตัวและปลาทะเลอีกนับไม่ถ้วน
9. สิ่งมีชีวิตในทะเลตายไปไม่ใช่เป็นเพราะตัวพลาสติกเอง แต่เป็นเพราะการย่อยสลายของพลาสติก พลาสติกที่ย่อยสลายไปแล้วนั้นจะยังอยู่ในระบบนิเวศและยังคงส่งผลร้ายต่อไป
10. ปรากฏการณ์การเจริญเติบโตของสาหร่ายและแพลงก์ตอนพืชอย่างรวดเร็ว (Agal Blooming) เกิดจากสารอาหารในน้ำที่มีมากเกินไปโดยเฉพาะไนโตรเจนที่มาจากปุ๋ยที่ใช้ในการเกษตร ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลขาดออกซิเจนเกือบ 150 แห่งทั่วโลก โดยพื้นที่ของปรากฏการณ์การน้ำขาดออกซิเจนมีตั้งแต่ 1 จนถึง 70,000 ตารางกิโลเมตร


...ยังมีข้อเท็จจริงอีกมากมาย ท่านสามารถโหลดไฟล์เพื่ออ่านเพิ่มเติมได้...

ที่มา : http://www.mcrchumphon.com

 

Attachments:
Download this file (uzUl3hxFri52136.pdf)ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทะเล [ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทะเล ]560 Kb9/15/2009 11:31
Last Updated on Saturday, 27 March 2010 14:53
 
ประชุมคณะทำงานระบบสังเกตุการณ์ทางด้านสมุทรศาสตร์ GOOS PDF Print E-mail
Written by KM-IT   
Thursday, 28 May 2009 13:06

ประชุมคณะทำงานระบบสังเกตุการณ์ทางด้านสมุทรศาสตร์ GOOS
เร่งพัฒนา web-forum
เพื่อการติดต่อประสานงานระหว่างกันที่ดีขึ้น

            เมื่อเร็วๆ นี้ นายสมเกียรติ  ขอเกียรติวงศ์ นักวิชาการประมง 8 ว เป็นตัวแทนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เข้าร่วมประชุมคณะทำงานระบบสังเกตุการณ์ทางด้านสมุทรศาสตร์ “GOOS  (Global Ocean Observing System)  Regional Alliance  (GRA) ครั้งที่ 4” ระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน 2551- 1 ธันวาคม 2551 ณ ประเทศสาธารณรัฐเอกวาดอร์ โดยเป็นการประชุมร่วมกันของผู้แทน GOOS ในแต่ละภูมิภาค เพื่อติดตามผลการดำเนินการและหาแนวทางในการทำงานร่วมกัน รวมถึงการหาแนวทางและทิศทางในการดำเนินการของ GOOS เพื่อเสนอต่อ IGOOS สำนักงานใหญ่ของ IOC ในการประชุมประจำปีของคณะกรรมการของ IGOOS
           การประชุมครั้งนี้ ได้มีการหารือการจัดตั้ง GOOS Regional Alliance Council (GRC) ที่เป็นผลมาจากการประชุม GRA ครั้งที่ 3 ที่เมืองเคปเทาว์ ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งได้เสนอต่อที่ประชุม IGOOS (UNESCO/IOC) แต่ IGOOS เห็นว่าไม่สามารถจัดตั้ง GRA ได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ  และยังมีการหารือในเรื่องเครือข่ายของระบบสังเกตการณ์สมุทรศาสตร์ชายฝั่ง ที่ควรดำเนินการโดย GOOS
          ในที่ประชุมได้มีการรายงานผลการดำเนินการของ GOOS ในแต่ละภูมิภาค ในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา โดยผู้แทน ทช. ได้นำเสนอผลการดำเนินการซึ่งประกอบด้วย การจัดทำแผนการดำเนินการสำหรับ SEAGOOS (Strategic Plan) การดำเนินการ Pilot Project ซึ่งประกอบด้วย 2 โครงการ คือ เรื่องการศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล และ Bluelink (Ocean Model) นอกจากนี้ยังได้มีการเสนอแผนที่จะดำเนินการในปี 2552 ด้วย
          นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นว่าควรมีการจัดตั้ง GRA ด้วยอาสาสมัคร Regional GOOS  เข้ามาร่วมจัดตั้งและควรมีการทบทวน GRA Term of Reference โดยปรับปรุงให้ทันสมัย และที่สำคัญให้มีการพัฒนา web-forum ให้มีข้อมูลที่ครบถ้วนและทันสมัย สำหรับการติดต่อประสานงานระหว่างกัน และจัดทำ newsletter เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมของ GRA อย่างสม่ำเสมอ
         กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบทางทะเลโดยตรง การประชุมดังกล่าวจึงถือว่ากรมฯ ได้รับประโยชน์จากการดำเนินการของ GOOS ที่มีการจัดเตรียมระบบสังเกตุการณ์ และข้อมูลที่ทันสมัยเพื่อการดำเนินกิจกรรมทางทะเลและระวังภัย ประกอบกับกรมฯ เป็นผู้ดูแลสำนักงาน IOC/WESPACT ซึ่งมี 2 GRAs ที่อยู่ภายใต้การดูแล  โดยเฉพาะ SEAGOOS ที่นายสมเกียรติเป็นผู้ประสานงานหลัก จึงมีผลโดยตรงต่อการดำเนินงานของ SEAGOOS ที่ทางกรมฯ ดูแลอยู่ นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในเรื่องการศึกษาวิจัยทางทะเลในภูมิภาค ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาความรู้ในภูมิภาคนี้ต่อไป


.............................................

 
<< Start < Prev 1 2 Next > End >>

Page 1 of 2