|
แนวทางการฟื้นฟูทรัพยากรแหล่งหญ้าทะเล 1. แนวคิดและหลักการในการฟื้นฟู ระบบนิเวศหญ้าทะเลมีความสำคัญในด้านเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย เลี้ยงตัวอ่อน และแหล่งหากิน ของสัตว์ทะเลนานาชนิด โดยเฉพาะปลาทะเล กลุ่มกุ้งทะเลและปูม้า ไม่เพียงเฉพาะกลุ่มสัตว์น้ำขนาดเล็กที่กล่าวถึง แต่ยังมีสัตว์น้ำขนาดใหญ่เช่นเต่าทะเล และพะยูน รวมถึงสัตว์น้ำเศรษฐกิจ อันได้แก่ ปลา กุ้ง ปู และหอยหลายชนิด ยังมีส่วนช่วยในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ ด้วยเหตุที่ หญ้าทะเลมีระบบรากที่คอยยึดจับเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินได้เป็นอย่างดี ในน่านน้ำไทย พบหญ้าทะเลรวม 12 ชนิดพันธุ์ จากจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 58 ชนิดพันธุ์ที่พบทั่วโลก อันได้แก่ หญ้าเงาหรือ หญ้าใบมะกรูดหรือหญ้าอำพัน (Halophila ovalis) หญ้าเงาใส (Halophila decipiens) หญ้าเงาใบเล็ก (Halophila minor) หญ้าเงาแคระ (Halophila beccarii) หญ้ากุยช่ายทะเล (Halodule uninervis) หญ้ากุยช่ายเข็ม (Halodule pinifolia) หญ้าคาทะเล (Enhalus acoroides) หญ้าชะเงาเต่า (Thalassia hemprichii) หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย (Cymococea serrulata) หญ้าชะเงาใบมน (Cymococea rotundata) หญ้าต้นหอมทะเล (Syringodium isoetifolium) และ หญ้าตะกานน้ำเค็ม (Ruppia maritima) สำหรับหญ้าทะเลทางฝั่งอันดามัน พบว่ามีอยู่ 11 ชนิด จะขาดแต่เพียงชนิดเดียวคือหญ้าตะกานน้ำเค็ม (Ruppia maritima) ซึ่งพบเฉพาะทางฝั่งอ่าวไทยเท่านั้น สัตว์ทะเลอื่นๆที่พบ อย่างเช่น เต่าทะเลบางชนิด และพะยูน ซึ่งปัจจุบันเป็นสัตว์ทะเลที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ สัตว์ทะเลทั้งสองชนิดนี้จะกินหญ้าทะเลเป็นอาหารโดยตรง และประชากรของเต่าทะเลและพะยูนกำลังลดลงเรื่อยๆ มักจะเสียชีวิตจากการติดเครื่องมือประมงบางชนิดเช่น อวนทับตลิ่ง อวนรุน อวนลอยและโป๊ะน้ำตื้น ของชาวประมงโดยบังเอิญ โดยอยู่ในฝั่งทะเลอันดามัน กระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล ซึ่งมีพื้นที่รวมประมาณ 58,700 ไร่ แหล่งหญ้าทะเลฝั่งอ่าวไทย ซึ่งกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ 13จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 34,300 ไร่ แหล่งหญ้าทะเลมีความอุดมสมบูรณ์ แต่ยังคงถูกคุกคามจากกิจกรรมต่างๆ ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา แหล่งหญ้าทะเลมีแนวโน้มเสื่อมโทรมลง โดยสรุปพบว่าร้อยละ 60 อยู่ในสภาพ “สมบูรณ์” ในขณะที่ร้อยละ 20 อยู่ในสภาพ “ปานกลาง” ส่วนอีกร้อยละ 20 ที่เหลืออยู่ในสภาพ “เสื่อมโทรม” ผลกระทบจากการพัฒนาชายฝั่งทะเลและธรรมชาติ ได้แก่ 1.การพัฒนาชายฝั่งทะเลที่มีผลก่อให้เกิดตะกอน และน้ำเสียตามชายฝั่งทะเล เช่น การทำเหมืองแร่ การตัดถนน โรงงานอุตสาหกรรม ชุมชนบ้านเรือน และการทำนากุ้ง 2.การทำประมงที่ใช้เครื่องมือทำลายแหล่งหญ้าทะเลและสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ อย่างเช่นเรืออวนลากขนาดเล็ก เรืออวนรุน เรืออวนทับตลิ่งขนาดใหญ่ 3. ภัยธรรมชาติ พายุ คลื่นลม มักเกิดขึ้นตามฤดูกาล โดยเฉพาะลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และคลื่นยักษ์สึนามิ ที่เกิดในชายฝั่งทะเลอันดามันเมื่อ 26 ธันวาคม 2547 ทำให้หญ้าทะเลได้รับผลกระทบร้อยละ5 ของพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน ที่ผ่านมาได้มีหลายพื้นที่รวมตัวเป็นเครือข่ายจัดทำแผนอนุรักษ์หญ้าทะเลขึ้นโดยความร่วมมือหลายฝ่าย องค์กรเอกชน กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ และหน่วยงานราชการของจังหวัด ในการปกป้อง ดูแล มิให้มีการทำลายแหล่งหญ้าทะเล ยังมีบางพื้นที่เห็นความสำคัญของแหล่งหญ้าทะเลต่อการประมงจึงมีความพยายามย้ายปลูกหญ้าทะเล ทั้งในพื้นที่เดิมที่เสื่อมโทรมและในพื้นที่ใหม่ที่ไม่เคยมีหญ้าทะเล
2. การออกแบบและวางแผนการฟื้นฟู 2.1ตรวจสอบพื้นที่จากฐานข้อมูลแหล่งหญ้าทะเลของสถาบันวิจัย ฯ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและฐานข้อมูลชุมชน ปัจจุบันหลายพื้นที่ได้จัดทำไว้ 2.2ประเมินสถานภาพปัจจุบันของแหล่งหญ้าทะเลต่าง ๆ ว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี ปานกลาง หรือเสื่อมโทรม 2.3วิเคราะห์ประเด็นปัญหาจากแหล่งหญ้าทะเลที่เสื่อมโทรมว่ามีสาเหตุจากธรรมชาติหรือจากกิจกรรมของมนุษย์ 2.4คัดเลือกพื้นที่แหล่งหญ้าทะเลที่เสื่อมโทรม โดยมีหลักสำคัญในการพิจารณาหลายประการเช่น -ความเข้มแข็งของชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเล -ชุมชนส่วนใหญ่มีการทำมาหากิน มีส่วนได้ส่วนเสียกับทรัพยากรชายฝั่ง -ชุมชนมีความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และต้องการฟื้นฟูหญ้าทะเลเพราะเห็นความสำคัญของแหล่งหญ้าทะเลที่มีต่อการหากินในทะเล -มีความมุ่งมั่นที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ภูมิปัญญาของชุมชนหรือความรู้ทางวิชาการกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง 2.5จัดตั้งตัวแทนชุมชนในการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง 2.6กำหนดวิธีการฟื้นฟูให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในชุมชนและกับนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง 3. เครื่องมือและวิธีในการฟื้นฟู 3.1 การวางทุ่น (ทุ่นสีส้มขนาดเส้นผ่าศูนย์ขนาด 12-18 นิ้ว) เพื่อกำหนดขอบเขตแนวหญ้าทะเลด้านนอกชายฝั่งทะเล โดยความร่วมมือของกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของชุมชน เพื่อการเฝ้าระวัง ปิดป้ายประกาศห้ามมิให้เรืออวนรุนเข้ามาทำลายแหล่งหญ้าทะเลหน้าบ้านของชุมชนอีกต่อไป เพื่อให้หญ้าทะเลฟื้นตัวตามธรรมชาติเพราะหญ้าทะเลสามารถฟื้นตัวกลับสภาพสมบูรณ์ภายใน 3 เดือน หากไม่มีปัจจัยเรื่องของตะกอนทับถมและน้ำเสีย มารบกวนสภาพแวดล้อม 3.2จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และรณรงค์ในชุมชนและระหว่างชุมชนใกล้เคียง เพื่อหยุด/ลดสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมต่อสภาพแวดล้อมของคุณน้ำและดินซึ่งมีผลถึงหญ้าทะเลอย่างเช่น น้ำเสียทำให้หญ้าทะเลเสื่อมโทรมเพียงชั่วคราวจากสาหร่ายเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วแย่งอาหารและบดบังการสังเคราะห์แสง ส่วนการเกิดตะกอนทับถมจากการขุดลอกท้องทะเล การเปิดหน้าดินตามไหล่เขา อาจทำให้แหล่งหญ้าทะเลเสื่อมโทรมอย่างถาวรได้เพราะดินตะกอนจะเปลี่ยนสภาพ อาจมีทรายมากเกินไป หรือโคลนมากเกินไป ไม่เหมาะต่อการเจริญของหญ้าทะเลที่เคยมีอยู่เดิม 3.3หากมีความจำเป็นที่จะทำการทดลองย้ายปลูกหญ้าทะเลในพื้นที่เสื่อมโทรมหรือพื้นที่ใหม่นั้น ต้องศึกษาสภาพพื้นที่ให้เหมาะสมก่อน โดยทั่วไปแหล่งหญ้าทะเลชอบอยู่บริเวณที่มีกำบังลม คลื่นลมสงบ ระดับความลึก1-5 เมตร พื้นท้องทะเลมีลักษณะดินตะกอน ทรายปนโคลนมีเปลือกหอยปน ความนุ่นของดินตะกอนที่เหมาะสม (สังเกตจากคนที่มีน้ำหนักประมาณ 60 กิโลกรัม ถ้าเดินบนพื้นทะเลแล้วจะทำให้เกิดรอยเท้าจมลึกลงไปประมาณ1-4 นิ้ว) 3.4ศึกษาคัดเลือกชนิดพันธุ์หญ้าทะเลที่เหมาะสมกับสภาพพื้นท้องทะเลในแต่ละแห่ง ปัจจัยสำคัญได้แก่ ความลึก ความขุ่นใสน้ำทะเลลักษณะดินตะกอน กระแสน้ำ ปัจจุบันได้มีบางชุมชนความพยายามปลูกย้ายอยู่บ้างในขั้นต้น ชุมชนจึงพิจารณาหญ้าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือหญ้าคาทะเล เพราะมีความทนทานสภาพแวดล้อมได้กว้าง ใบยาวช่วยให้ลดกระแสน้ำช่วยเพิ่มการตกตะกอนสะสมมากขึ้น หากประสบความสำเร็จแล้วจึงค่อยเพิ่มชนิดพันธุ์ อื่นตามมาทีหลัง เพื่อเพิ่มความหลากชนิดพันธุ์หญ้าทะเลมากขึ้น 3.5โดยต้องศึกษาและพัฒนาวัสดุยึดติดต้นหญ้าทะเล ก่อนการย้ายปลูกในแหล่งหญ้าทะเลที่เสื่อมโทรม เนื่องจากหญ้าทะเลแต่ละชนิดมีขนาดตั่งแต่เล็กมากจนขนาดใหญ่รวม12 ชนิดในน่านน้ำไทย แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันเป็นการเริ่มต้นทดลองย้ายปลูกมักเลือกหญ้าคาทะเลซึ่งมีขนาดใหญ่ยาวเป็นเมตร โดยทั่วไปใช้ไม้ไผ่ผ่าเป็นซีกตัดให้ยาวประมาณ50 เซนติเมตร ผูกติดลำต้นส่วนเหง้าเสียบฝังดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร สำหรับยึดป้องกันกระแสน้ำ
หมายเหตุ วิธีการข้อ 3.1 การฟื้นฟูสามารถทำให้พื้นที่อ่าวทั้งหมดกลับสู่สภาพสมบูรณ์ ส่วน วิธีการข้อ 3.3 ทำได้ในขนาดพื้นที่เล็ก ๆ เหมาะในการเสริมปลูกในพื้นที่บางส่วนของแหล่งหญ้าทะเลที่เสื่อมโทรม หรือปลูกเสริมในคอกเลี้ยงปลิงทะเล หรือหอยชักตีน หรือทดลองปลูกในพื้นที่ใหม่หน้าอ่าวเพิ่มความสมบูรณ์ปูทะเล 4. วิธีการติดตามและประเมินผลการฟื้นฟู 4.1พื้นที่ฟื้นฟูในแหล่งหญ้าทะเลที่เสื่อมโทรมที่ใช้วิธีวางทุ่นกั้นเรืออวนรุน ประเมินใช้วิธี กำหนดแนวเส้นทางศึกษาถาวร (permanent transect) ยาวตั้งฉากกับชายฝั่งออกไปในทะเลจนสุดแนวหญ้าทะเล/ กรอบตารางขนาด 1x1 ตารางเมตร (Quadrat) ทำด้วยโครงท่อพีวีซีหรือไม้ และกำหนดจุดถาวรทุกๆ ระยะ 50 หรือ100 เมตร ตามแนวtransect โดยประเมินการปกคลุมพื้นที่มากขึ้นหรือลดลง ในระดับ 25%, 50%, 75% และ > 80% 4.2 ติดตามการเจริญเติบโตของต้นหญ้าทะเล เป็นเวลาทุกเดือน ภายหลังการปิดอ่าวห้ามเรืออวนรุน วัดความยาวของใบ นับจำนวนใบที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละต้นที่ทำเครื่องหมาย สำหรับพื้นที่ทำการย้ายปลูกโดยทั่วไปมีพื้นที่ขนาดเล็ก มีขอบเขตที่แน่นนอน ง่ายในการติดตาม 4.3สังเกตุและบันทึกข้อมูลการแตกของ ต้นอ่อน เหง้า การออกดอก ผล เป็นตัวชี้วัดถึงความสำเร็จระดับหนึ่ง 4.4สังเกตุและบันทึกข้อมูลลักษณะการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมของพื้นผิวตะกอนดิน เนื่องจากมีต้นหญ้าทะเลมากขึ้นอาจมีตะกอนละเอียดปกคลุมที่ผิวตะกอนดินมากขึ้น 4.5สังเกตและบันทึกข้อมูลการเข้ามาอาศัยอยู่ของสัตว์และพืชทะเลชนิดต่าง ๆ ปลิง หอย กุ้ง ปู ปลา และสาหร่าย เป็นตัวชี้วัดถึงความสำเร็จระดับหนึ่ง 5. ระยะเวลา หรือช่วงเวลาที่เหมาะสม 5.1พื้นที่ฝั่งตะวันตกทะเลอันดามันและพื้นที่ฝั่งตะวันออกของอ่าวไทยช่วงที่เหมาะสมมีคลื่นลมสงบระหว่างฤดูลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (เดือนพฤศจิกายน-เดือนเมษายน) สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันตกของอ่าวไทยมีคลื่นลมไม่แรงนัก (เดือนพฤษภาคม-เดือนตุลาคม) 5.2 ฝั่งทะเลอันดามันลักษณะน้ำเป็นแบบน้ำขึ้นและลงวันละสองรอบ โดยเฉพาะช่วงน้ำเกิด (spring tide) น้ำขึ้นสูงมากและลงต่ำมาก ซึ่งจะเกิดขึ้นเดือนละ 2 ครั้ง คือใกล้วันขึ้น 15 ค่ำ และวันแรม 15 ค่ำ ส่วนใหญ่แหล่งหญ้าทะเลโผล่พ้นน้ำเหมาะในการสำรวจและติดตามการเปลี่ยนแปลงการเจริญเติบโตของหญ้าทะเล สำหรับฝั่งอ่าวไทยลักษณะน้ำเป็นแบบน้ำขึ้นและลงส่วนใหญ่วันละหนึ่งรอบ 6. งบประมาณที่ใช้ในการฟื้นฟู ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่โครงการ การลงทุนการวางทุ่นแนวเขตและเฝ้าระวัง ลงทุนน้อยแต่ได้ผลการฟื้นฟูทั้งอ่าว ส่วนการย้ายปลูกหญ้าทะเล ลงทุนน้อยแต่ได้พื้นที่ฟื้นฟูขนาดจำกัด อย่างไรก็ตามงบประมาณสามารถได้รับการสนับสนุนจากภาดรัฐที่เกี่ยวข้องได้ โดยการประสานงานระหว่างชุมชนกับรัฐอย่างใกล้ชิด 7. ประเด็นหลัก / ข้อควรคำนึงในการฟื้นฟู (Key point for rehabilitation) 7.1หญ้าทะเลแต่ละชนิดมีการแพร่กระจายตามความลึกของระดับน้ำทะเลไม่เท่ากันมีผลต่อการเจริญเติบโต (ระดับ1-5 เมตร) 7.2หญ้าทะเลแต่ละชนิดชอบลักษณะพื้นดินตะกอนแตกต่างกัน อย่างเช่นหญ้าคาทะเลเจริญเติบโตได้ดีบนดินโคลน หญ้าเงาหรือหญ้าอำพันชอบทรายปนโคลนเล็กน้อยมีปนเปลือกหอย 7.3แหล่งหญ้าทะเล ส่วนใหญ่อยู่ถัดจากป่าชายเลน แนวปะการัง สันทรายปากแม่น้ำ 7.4การนำต้นพันธุ์มาจากพื้นที่แหล่งหญ้าทะเลในอ่าวใกล้เคียงควรคำนึงถึงผลกระทบของแหล่งต้นพันธุ์เดิมด้วย ควรสุ่มขุดต้นพันธุ์ในลักษณะกระจายพื้นที่กว้าง เพื่อการฟื้นตัวแตกต้นใหม่กลับคืนสภาพสมบูรณ์ได้รวดเร็ว 7.5 ในอนาคตต้องทดลองเพาะพันธุ์หญ้าทะเลในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเป็นแหล่งขยายต้นพันธุ์ในการนำไปย้ายปลูก เพื่อไม่ให้กระทบกับแหล่งหญ้าทะเลในธรรมชาติ หรือการทดลองเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหญ้าทะเล 8. กรณีศึกษา (เขียนอย่างย่อ) ชุมชนบ้านบางจัน ตำบลหลอยูง จังหวัดพังงา มีจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล หมู่บ้านดังกล่าวไม่เคยมีหญ้าทะเล แต่ชุมชนเขาอยากมี เพราะมันสอดคล้องกับวิถีชีวิตของเขาด้วยโดยส่วนใหญ่หากินทำอวนปูเป็นหลัก หมู่บ้านนี้พื้นทะเลเป็นดินโคลน ทำให้สภาพทรัพยากรในหมู่บ้านนี้ แทบจะไม่มีสัตว์น้ำ เขาต้องแล่นเรือออกไปหาที่หน้าทะเลของหมู่บ้านข้างเคียง ชื่อบ้านเจ้าขรัว ซึ่งมีหญ้าทะเลมาก มีกุ้ง มีปู มากเลย ทำให้เขาคิดว่า ถ้าเขามีหญ้าทะเลหน้าหมู่บ้าน ก็น่าจะหากินในทะเลหน้าหมู่บ้านได้ทำให้นี่เป็นฐานคิดที่สำคัญของชาวบ้านที่ต้องการปลูกหญ้าทะเลเพื่อเป็นแหล่งอาศัยของปู จึงลองเอาไปปลูก ซึ่งนักวิชาการประมงเขาก็ยืนยันว่ามันปลูกได้ยาก โดยวิธีของชาวบ้านก็ง่ายๆ คือการทดลองย้ายปลูกหญ้าทะเลแบบเร่งด่วน และปรากฏว่าเกิดความอุดมสมบูรณ์ตามมาจริง มีกุ้ง หอย ปู ปลาเพิ่มขึ้น แต่พอมาเจอสึนามิ ก็ทำให้หญ้าทะเลที่ชาวบ้านปลูกไว้เสียหาย พอสมควรและส่วนหนึ่งก็เกิดจากอวนรุนด้วย ( WWW:Thaingo.org ) 9. ความร่วมมือจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นักวิชาการจาก สถาบันการศึกษา อย่างเช่น ที่เกี่ยวข้องกับหญ้าทะเล ได้แก่คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์กรเอกชนที่ทำงานทางด้านชุมชนกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อย่างเช่น สมาคมหยาดฝน องค์กรความร่วมมือเพื่อการพื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน เครือข่ายความร่วมมือฟื้นฟูชุมชนชายฝั่งอันดามัน มูลนิธิรักษ์ไทย โครงการความมั่นคงทางด้านอาหารของชุมชนประมงชายฝั่งอ่าวพังงา มูลนิธิกองทุนไทย UNDP และ WWF หน่วยงานระดับกรมได้แก่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมประมง ฯ 10. สรุปบทเรียนจากการฟื้นฟู และปัจจัยที่จะทำให้การฟื้นฟูประสบความสำเร็จ กรณีการปลูกย้ายหญ้าทะเลเพื่อการฟื้นฟูของชุมชนบ้านบางจัน ตำบลหลอยูง จังหวัดพังงา จากกรณีศึกษาสรุปได้ว่าประเด็นที่หนึ่งชุมชนมีภูมิปัญญา ความรู้เรื่องนิเวศหญ้าทะเลพอสมควร ทราบถึงความสำคัญของหญ้าทะเลว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปูม้า ประเด็นที่สองการเลือกชนิดหญ้าคาทะเลมาปลูกในพื้นที่ดินเป็นโคลน ก็มีโอกาสสำเร็จได้มาก ประเด็นที่สามแต่มาเสียหายมากหลังเกิดสึนามิ นั้นเพราะโดยทั่วไปหญ้าทะเลตามธรรมชาติชอบขึ้นในที่หลบคลื่นลม จะได้รับผลกระทบจากสึนามิน้อยมาก ประเด็นที่สี่ชุมชนในหมู่บ้านนี้ ยังไม่สามารถรวมตัวช่วยกันป้องกันการรุกล้ำของเรืออวนรุนได้ คงต้องเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็งต่อไป สำหรับปัจจัยที่จะทำให้การฟื้นฟูประสบความสำเร็จมีดังนี้ 1.ให้ความรู้แก่ชุมชนในการดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 2.สร้างชุมชนให้เข้มแข็งสร้างความตระหนักกับผู้นำท้องถิ่น 3.สร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน กับภาครัฐในการจัดการทรัพยากรร่วมกัน 4. ควบคุมเครื่องมือประมงที่ทำลายล้าง เช่น อวนลาก อวนรุน อวนทับตลิ่งขนาดใหญ่ 5.บริหารจัดการเชิงพื้นที่ อย่าแยกระบบนิเวศ * ควรปล่อยให้หญ้าทะเลฟื้นตัวตามธรรมชาติเพราะระบบนิเวศหญ้าทะเลสามารถฟื้นตัวได้เร็ว (ประมาณ 3-6 เดือน ถ้าหญ้าทะเลยังมีระบบรากฝังอยู่ใต้ดิน) เพราะเป็นการลงทุนน้อยแต่ได้พื้นที่ฟื้นฟูมาก * การตั้งกลุ่มดูแลทรัพยากรหน้าบ้าน การจัดทำแนวเขตอนุรักษ์ หรือทิ้งวัสดุกันเรืออวนลาก อวนรุน จะช่วยเพิ่มพื้นที่หญ้าทะเลได้มากขึ้น รวมถึงปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 11. แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม (หนังสือ, website, ฯลฯ 11.1 WWW:pmbc.go.th ฐานข้อมูลสถานภาพหญ้าทะเลในน่านน้ำไทย 11.2 WWW:Thaingo.orgข้อมูลพื้นฐาน "บ้านบางลา บ้านเกาะนาคา บ้านบางจัน" 11.3 www.ThaiPR.net -- พุธที่ 3 ตุลาคม 2007 หญ้าทะเล...หอยชักตีน พลังอนุรักษ์ของชุมชน “ท่าแป๊ะโย้ย” 11.4 หนังสือหญ้าทะเล ในน่านน้ำไทย 2549 สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
|